เมษายน 24, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ : HONDA HR-V MinorChange ครอสโอเวอร์ขวัญใจมหาชน! | Test Drive Drivingplace Featured

[TestDrive] HONDA HR-V รุ่นปรับโฉมใหม่ล่าสุด ถือเป็นการต่อยอดความนิยมจากรุ่นเดิมที่เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรกในปี 2014 ซึ่งกอบโกยยอดขายนำหน้าคู่แข่งไปแล้วกว่า 66,000 คัน และการมาของรุ่นปรับโฉมก็ยังร้อนแรงต่อเนื่องด้วยยอดขายช่วงออกสตาร์ทจนถึงตอนนี้ทะลุไปหลายพันคัน หลังจากอวดโฉมให้จับจองครั้งแรกที่งาน FAST AUTO SHOW 2018 ช่วงปลายเดือนมิถุนายน และยกพลขึ้นโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

HONDA HR-V รุ่นปรับโฉม ถือเป็นการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจในหลายๆด้าน โดยเฉพาะการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ให้ความแตกต่างจากรุ่นเดิมค่อนข้างชัดเจน

การทดลองขับครั้งนี้แน่นอนไฮไลท์ต้องอยู่ที่ HONDA HR-V รุ่น RS ใหม่ล่าสุด มาพร้อมดีไซน์ใหม่เต็มคัน โดยเน้นเสริมรูปลักษณ์แบบสปอร์ตรอบคัน ทั้งกันชนหน้า-หลังทรงสปอร์ต กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แต่งโครเมียมรมดำแบบสปอร์ต เพิ่มความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต มือจับเปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต พร้อมแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย

ขณะที่รุ่น EL เรานำมาให้ยลโฉมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง ภายใต้ราคาที่แตกต่างกันเพียง 60,000 บาท รูปลักษณ์ภายนอกเมื่อสังเกตดีๆจะเห็นว่าการดีไซน์มีความแตกต่างจากรุ่น RS พอสมควร เริ่มส่องใบหน้า ชุดไฟ และ แถบกระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่มีดีไซน์ที่เหมือนกัน แต่แผงกระจังสีดำด้านล่างรุ่น RS เป็นลายรังผึ้ง รุ่น EL เป็นลายขวางแนวนอนเรียบๆ และการตกแต่งกันชนหน้ามีความต่างกันค่อนข้างเยอะทั้งรูปทรงสเกิร์ต และชุดไฟตัดหมอกรุ่น RS เป็นLED แนวนอน ส่วนรุ่นEL เป็นทรงกลมคล้ายกับรุ่นเดิม นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆที่เด่นชัดที่สุดคือ ล้อแม็กอัลลอยรุ่น RS เป็นลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว รุ่น EL ล้อแม็กขนาด 17 นิ้วเช่นเดียวกันแต่เป็นลายเดียวกับรุ่นเดิมก่อนปรับโฉม

ภายในห้องโดยสาร HONDA HR-V รุ่นปรับโฉม ยังคงเน้นตอบสนองการใช้งานด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยความกว้างขวางสะดวกสบายในสไตล์รถอเนกประสงค์แท้ๆด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน  พร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการขนย้ายสัมภาระที่หลากหลายในทุกรูปแบบ

การออกแบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ควบคุมต่างๆทั้งรุ่น RS และ EL โดยรวมก็ยังยึดพื้นฐานเดียวกับรุ่นเดิม แต่การขับขี่เท่าที่สัมผัสได้ชัดเจน คือพวงมาลัยของรุ่น RS จะหุ้มหนังหนานุ่ม จับได้กระชับมือมากกว่ารุ่น EL  และบริเวณหลังคารุ่น RS มาพร้อมซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามาเพิ่มคลาสความหรูได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนรุ่น EL ตัดออฟชั่นหลังคาแบบนี้ออกไปตามการปรับเปลี่ยนไปเป็นรุ่นรองท็อป

นอกจากการเน้นปรับโฉมใหม่ HONDA HR-V รุ่นนี้ ยังเน้นอัพเกรดอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยให้อุ่นใจมากยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจและใช้งานได้จริงก็มีทั้งระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)โดยจะแสดงภาพมุมกว้างผ่านจอภาพบนคอนโซลกลางทันทีที่ผู้ขับใช้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายหรือกดสวิทซ์ที่ปลายก้านไฟเลี้ยว ซึ่งสามารถดูประกอบกับกระจกมองข้างด้านซ้ายไปพร้อมๆกัน 

อีกระบบที่เพิ่มเข้ามาใหม่ คือระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System ) ระบบนี้จากการขับขี่ใช้งานทั่วๆไปทำงานให้เห็นในจังหวะเผลอเพียง 1 ครั้ง ในขณะรถชลอตัวช่วงความเร็วต่ำ โดยเบรคจะทำงานอัตโนมัติเกือบ100% เสียงเบรคดังกว่าการเบรคปกติอย่างชัดเจน  สุดท้ายจะเป็นระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ตรงนี้ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยของทรัพย์สินที่อยู่ในรถได้ดียิ่งขึ้น  

ส่วนเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ยุคนี้ ก็วางใจได้ใส่มาให้ครบทุกรุ่น ที่เด่นๆมีทั้ง ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อมระบบ Auto Brake Hold  ที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น และระบบAuto Brake Hold จะช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ เมื่อกดปุ่มให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อเหยียบคันเร่ง  ซึ่งระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าในช่วงเวลาที่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้เป็นเวลานาน เช่น ในสภาพการจราจรติดขัดแสนสาหัส 

รวมไปถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยในเชิงป้องกัน ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ มีทั้งระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก โดยระบบป้องกันล้อล็อกในขณะเบรกกะทันหัน สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรกที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์  จะทำหน้าที่ในการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้มีความสมดุลกับน้ำหนักในการบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Assist) ช่วยในการยึดเกาะถนน เพื่อความมั่นคงในการขับเคลื่อน การทำงานของ VSA คือ การส่งแรงดันน้ำมันเบรกอย่างอิสระไปที่เบรกของล้อข้างใดข้างหนึ่งหรือมากกว่านั้น เพื่อช่วยให้ตัวรถถูกควบคุมและทรงตัวอยู่บนเส้นทางที่ต้องการ ระบบ VSA จะทำการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ซึ่งดูแลการทำงานของล้อ และความเร็วของตัวรถ การหมุนของพวงมาลัย แรง G ที่เกิดขึ้นทางด้านข้าง และความเร็วในการหมุนของตัวรถ โดยจะเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ทางระบบได้รับจากการควบคุมรถของผู้ขับขี่และการตอบสนองจริงของตัวรถ และเมื่อการตอบสนองจริงของตัวรถหลุดออกจากค่าที่กำหนดโดยระบบ หรือเกินจากขอบเขตที่จะวัดได้ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานเพื่อควบคุมตัวรถให้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เช่น ถ้า VSA มีการตรวจพบว่าตัวรถมีอาการท้ายปัด (Oversteer) ระบบก็จะมีการส่งแรงเบรกไปยังล้อหน้าและหลังด้านนอกเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวรถเกิดอาการหมุนหรือปัดออกทางด้านข้าง  ส่วนในกรณีที่เกิดอาการหน้าดื้อโค้ง (Understeer) VSA จะสั่งเบรกที่ล้อหลังด้านใน และลดกำลังของเครื่องยนต์เพื่อช่วยให้ตัวรถกลับมาอยู่ในเส้นทางปกติ

ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน ในขณะที่รถหยุดบนทางลาดชัน ระบบ HSA จะสั่งการโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันรถยนต์ไม่ให้รถถอยหลังไหลลงจากทางลาดชันในขณะออกตัว และผู้ขับเมื่อต้องการถอยหลัง มีการติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง

สมรรถนะการขับเคลื่อนมั่นใจได้ ด้วยเครื่องยนต์เบนซินยอดนิยมที่ผ่านการใช้งานในเมืองไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ต้นโมเดล พื้นฐานเป็นแบบ 4 ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม เครื่องยนต์รองรับพลังงานทางเลือกทุกเกรดจนถึง E85

การขับขี่โดยรวมก็จะให้ความรู้สึกคล้ายๆรุ่นเดิม ในรุ่น RS ค่อนข้างประทับใจกับพวงมาลัยที่หุ้มหนังใหม่เพิ่มความหนานุ่มจับได้กระชับถนัดมือมากกว่ารุ่น EL ที่หุ้มหนังรอบวงพวงมาลัยบางกว่า  ขณะที่การบังคับเลี้ยวเมื่อขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัวสูง พวงมาลัยให้น้ำหนักกำลังดีเลี้ยวง่ายมีความแม่นยำสูง  เมื่อใช้ความเร็วสูงความเบาไวก็ยังพอมีให้เห็น แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่ทำให้ผู้ขับมีความมั่นใจในการขับขี่ด้วยความเร็ว ส่วนตำแหน่งการนั่งถือเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ เนื่องจากตัวรถจะมีความสูงมากกว่ารถในคลาสเดียวกัน  และวางตำแหน่งเบาะค่อนข้างสูง ทำให้ระดับสายตาอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นทัศนวิสัยภายนอกได้กว้างไกลชัดเจน

ทางด้านสมรรถนะความแรง สบายใจได้กับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร รองรับน้ำหนักของ HR-V เกือบตันครึ่ง และผู้โดยสารแบบเต็มพื้นที่ได้สบายๆ ด้วยอัตราเร่งที่ดีพอเหมาะไม่อืดอาดหรือแรงเกินจำเป็น พร้อมความประหยัดน้ำมันในระดับน่าพอใจ

ทดลองขับที่ความเร็วเฉลี่ยในเมือง 60 - 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ประมาณ 18 - 19 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าเร่งขึ้นไปอยู่ 100 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราบริโภคจะอยู่แถว 13 - 16 กิโลเมตรต่อลิตร และถ้าเจอกับสภาวะที่รถติดสุดๆในเมือง ยังใช้เชื้อเพลิงระดับ 10 - 11 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าสนใจสำหรับเครื่องยนต์ที่มีความจุมากถึง 1.8 ลิตร

ส่วนสายสปอร์ตชอบความเร้าใจ ยังเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ยิ่งขึ้น ด้วยแพ็ทเดิลชิฟระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ ติดตั้งหลังพวงมาลัยสามารถปรับลดเกียร์ตามจังหวะความเร็วได้อย่างทันใจ และสายชิลเน้นขับเดินทางไกลเรื่อยๆยังให้ความสะดวกสบาย คลายความเมื่อยล้าด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันหรือ Eco Assist ที่มาพร้อมกับระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Coaching รวมถึงปุ่ม Econ Mode ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงาน โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์รวมทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมกับอุณหภูมิภายนอกรถ เพื่อช่วยควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ส่วนการรองรับของช่วงล่างจะให้การขับขี่ที่นุ่มนวล นั่งสบาย ผสานกับการทรงตัวที่มั่นคง ยึดเกาะถนนได้ดีทั้งบนทางตรงและทางโค้ง เรียกได้ว่าตัวถังที่สูงแบบรถครอสโอเวอร์ ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการขับขี่ด้วยความเร็ว

HONDA HR-V รุ่นปรับโฉมใหม่ มีการปรับรุ่นย่อยในการทำตลาดใหม่หมด แบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่น E ราคา 949,000 บาท , รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ล่าสุด เน้นการดีไซน์สไตล์สปอร์ตแบบจัดเต็ม สนใจเชิญไปลองของจริงด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ!

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 14 กุมภาพันธ์ 2562 22:43
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing