เมษายน 24, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ : New FORD EVEREST รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส ขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 180 แรงม้า ! | Test Drive Drivingplace Featured

#TestDrive ฟอร์ด เอเวอเรสต์ โมเดลปัจจุบันเริ่มเปิดตัวทำตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2558 ซึ่งประสบความสำเร็จได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยจำนวนยอดขายสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรถรุ่นนี้ยังการันตีความยอดเยี่ยมทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ ความคุ้มค่าในการใช้งาน ด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Thailand Car of the Year 2015) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

ต่อยอดมาถึง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปรับโฉมใหม่ที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา มีการอัพเกรดรูปลักษณ์ใหม่ให้ล้ำสมัยมากขึ้นทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร พร้อมปรับเปลี่ยนสมรรถนะการขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบล็อคใหม่มีขนาดเล็กลงแต่มีกำลังมากขึ้น และเสริมระบบความปลอดภัยยุคใหม่เต็มเพียบ

รูปลักษณ์ภายนอก โดยพื้นฐานก็จะเหมือนกับรุ่นเดิม เน้นปรับเปลี่ยนเพิ่มความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ HID ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ บริเวณกันชนแต่งสีบรอนซ์เงินตัดกับสีตัวรถเช่นเดียวกับรุ่นเดิมพร้อมไฟเดย์ไทม์แบบ LED ที่มุมทั้ง 2 ด้าน ด้านข้างตัวถังในรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส ที่ทดลองขับสามารถสังเกตว่าเป็นรุ่นปรับโฉมใหม่ได้จากล้ออัลลอยลายใหม่ เป็นแบบ 6 ก้านทูโทน (Split-Spoke) ขนาด 20 นิ้ว และถ้าอยากรู้ว่ารถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์รุ่นไหนก็ดูได้จากป้ายบริเวณซุ้มล้อหน้า รุ่นเทอร์โบเดี่ยวจะใช้คำว่า Everest รุ่นเทอร์โบคู่ใช้คำว่า Bi-turbo ส่วนด้านท้ายรถยังคงยึดการดีไซน์แบบเดียวกับรุ่นเดิม แต่รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส จะเพิ่มออฟชั่นอำนวยความสะดวกที่ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงใช้เท้ายื่นไปใต้ท้ายรถ ประตูท้ายก็จะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ

ภายในห้องโดยสารของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น ไทเทเนี่ยม พลัส ตกแต่งด้วยโทนสีดำ ทั้งแผงแดชบอร์ด แผงข้างประตู และเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังโทนสีดำให้ความหรูหรา ภูมิฐาน ไม่เลอะง่าย  และยังเพิ่มความนุ่มนวลของจุดสัมผัสต่างๆ ในห้องโดยสารเพื่อเพิ่มความหรู ความสะดวกสบายในการใช้งาน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่นมาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและขึ้นลงรถได้สะดวกสบายกว่าเดิม และยังมีการอัพเกรดมาใช้ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย ซึ่งรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ แสดงผลผ่านจอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว พร้อมระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียม และติดตั้งกล้องมองหลังเพิ่มความปลอดภัยเวลาถอยจอด นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance)  คือ ระบบ SYNC ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธด้วยระบบ SYNC และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ในส่วนของความกว้างขวางสะดวกสบายก็ยังรองรับการใช้งานได้ดี เบาะแถว 1 แถว 2 นั่งสบายหายห่วง ติดแค่เบาะแถว 3 จะค่อนข้างแคบนั่งนานๆมีเมื่อยขา ไปเที่ยวกับเพื่อน 6-7 คน มีเกี่ยงกันนั่งแถว 3 อย่างแน่นอน 55+ แต่ก็ยังดีที่ฟอร์ดชดเชยด้วยความเย็นสบายอย่างทั่วถึงจากช่องแอร์แยกทั้งแถว 2 และ 3 พร้อมออฟชั่นอำนวยความสะดวกในยุคโซเชียลด้วยช่องเสียบชาร์จไฟหลายจุดแบบทั่วถึงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

สมรรถนะการขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนสู่ยุคเครื่องยนต์ขนาดเล็กลง แต่มีกำลังมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีขึ้นทั้งเรื่องความแรงและประหยัดม้ำมันที่คุ้มค่ามากกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิม ในรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่เราทดลองขับ จะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลบล็อคใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ เทอร์โบเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม Manual Mode เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ บวก/ลบ ที่สวิทซ์บริเวณคันเกียร์ ต่างจากรุ่นเดิมที่ใช้วิธีผลักคันเกียร์ขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ แรกๆใช้งานก็ยังไม่คุ้นเคยกับวิธีกดปุ่มเท่าไหร่ แต่ใช้ไปสักพักเริ่มสนุก คุ้นมือ ถือว่าใช้งานง่ายสะดวกสบาย แถมยังมีลูกเล่นการล็อกตำแหน่งเกียร์ให้ใช้งาน อยากใช้แค่เกียร์ไหนก็ได้เพียงกดปุ่ม บวก/ลบ จะมีตัวเลขแสดงตำแหน่งเกียร์ขึ้นที่แผงหน้าปัด ซึ่งเวลาขับขึ้นลง-เขา ด้วยความเร็วเราลองล็อคให้ใช้แค่เกียร์ 1-3 ก็ช่วยได้เยอะในการคุมความเร็วของรถได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง 

ขณะเดียวกันในการควบคุมรถ พวงมาลัยแบบปั้มเพาเวอร์พร้อมระบบไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ก็ให้น้ำหนักกำลังดีมีความแม่นยำสูง บังคับเลี้ยวได้อย่างมั่นใจทุกสภาพเส้นทาง  ส่วนระบบช่วงล่างที่เซ็ทมาในแบบเดิมเน้นความนุ่มนวลขับสบายเป็นหลัก เมื่อเจอเครื่องยนต์ใหม่ที่มีน้ำหนักเบาลง ยิ่งรู้สึกกว่าช่วงล่างนุ่มกว่าเดิมขึ้นไปอีก การขับขี่เส้นทางปกติถือว่าดีเยี่ยมนุ่มนวล ขับเนียนๆ ชอบมากๆ แต่การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วจะรู้สึกเบา หน้าลอยนิดๆ ต้องประณีตในการขับผ่านโค้งต่างๆมากกว่ารุ่นเดิม

ทางด้านสมรรถนะความแรง รุ่นที่ทดลองขับกระตุ้นพลังด้วยเทอร์โบเดี่ยว ให้ความแรงน้อยกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า พอสมควร ซึ่งถือเป็นการพัฒนามาทดแทนเครื่องยนต์ดีเซลบล็อคเดิมขนาด 2.2 ลิตร 160 แรงม้า สิ่งที่น่าชื่นชมคือช่วงออกตัวที่เร่งได้แรงขับสนุกกว่าเครื่อง 2.2 ลิตร แต่ก็ไม่ได้แรงถึงขั้นหลังติดเบาะ เป็นการเร่งแรงเร็วแบบนุ่มนวล ราบเรียบ สัมผัสได้ดีถึงพละกำลังที่ทันอกทันใจ โดยอัตราเร่งถูกส่งผ่านจากเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ลูกใหม่ทำได้ราบเรียบน่าพอใจ รอยต่อระหว่างเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เกิดขึ้นน้อย  เมื่อลองกดหนักๆทันทีตั้งแต่จุดหยุดนิ่งมีอาการรอรอบนิดๆและต้องรอเกียร์คำนวณตำแหน่งที่เหมาะสมกับความเร็วบ้างเพราะเกียร์ชุดนี้มีถึง 10 จังหวะ รอยต่อระหว่างเกียร์จะค่อนข้างถี่ ไม่เหมือนกับเกียร์ชุดเดิมแบบ 6 จังหวะที่ลากกันได้ยาวๆ ไม่ซับซ้อน   

นอกจากความแรง ราบเรียบ นุ่มนวลที่เป็นจุดเด่นของเกียร์ 10 จังหวะชุดใหม่ ข้อดีอีกจุด คือการขับเดินทางไกลด้วยความเร็วคงที่รอบเครื่องยนต์จะค่อนข้างต่ำ ความเร็ว 100 กม/ชม.รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,500 – 1,600 รอบ/นาที ซึ่งส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งในเรื่องความประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่ามากกกว่าเครื่องยนต์บล็อคเดิม การทดลองขับในครั้งนี้เราลองจับค่าความประหยัดหลายๆครั้งที่ความเร็ว 100 - 120 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยแปรผันตามสภาพการจราจรอยู่ที่ประมาณ 13-15 กม./ลิตร ส่วนช่วงรถติดในเมืองใช้เกียร์ต่ำเป็นส่วนใหญ่ทำได้ประมาณ 10 -11 กม./ลิตร

สำหรับระบบช่วยเสริมความปลอดภัยใหม่ๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส ใส่มาให้อุ่นใจเต็มเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถเพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนให้น้อยลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ ทั้งระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) , ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) , ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System , ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) , ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) , ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) และติดตั้งกล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (Rear View Camera and Sensors)

นอกจากนี้ยังให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่ ด้วยระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancellation) ช่วยให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น เสียงรบกวนจากภายนอกน้อยลง โดยออกแบบให้ความสำคัญกับการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์และระบบเกียร์ พร้อมพัฒนาซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ด้วยระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย

การทำตลาด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปรับโฉมใหม่ วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น

- รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,799,000 บาท

- รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,599,000 บาท

- รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,439,000 บาท

- รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,299,000 บาท

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 14 กุมภาพันธ์ 2562 22:40
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing