มีนาคม 25, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ New SUBARU XV 2019 ขับสบายสไตล์ท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-นครนายก | TestDrive Drivingplace Featured

[TestDrive] New SUBARU XV เจเนอเรชั่นที่ 2 ครอสโอเวอร์สไตล์สปอร์ต ถือเป็นการต่อยอดความนิยมจากรุ่นที่ผ่านมา ทั้งด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ในหลายๆด้าน และรถรุ่นนี้ยังเป็นหนึ่งในแนวรุกหลัก ผลักดันยอดขายของค่ายซูบารุให้เติบโตอย่างมั่นคงในการทำตลาดประเทศไทย

New SUBARU XV โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี SUBARU GLOBAL PLATFORM (SGP) ผสานสมรรถนะจากขุมพลังเบนซินบ็อกเซอร์สูบนอน และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (SYMMETRICAL ALL-WHEEL DRIVE) โดยรถรุ่นนี้ผลิตจากโรงงานในประเทศมาเลเซีย การทำตลาดในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย รุ่น 2.0 i ราคา 1,159,000 บาท และรุ่นที่ทดลองขับ 2.0 i-P ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,259,000 บาท

SUBARU GLOBAL PLATFORM (SGP) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่ถูกพัฒนาใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่งและความปลอดภัย  เมื่อผสานกับรูปลักษณ์การดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกที่หรูหราโฉบเฉี่ยวสไตล์ครอสโอเวอร์ และเน้นการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น จากการพัฒนาสมรรถนะใหม่ครบทุกด้านเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

รูปโฉมภายนอกและรูปทรงโดยรวมยังยึดสไตล์การออกแบบเช่นเดียวกับรุ่นเดิม มีส่วนผสมดูก่ำกึ่งระหว่างรถเอสยูวีและครอสโอเวอร์ ตัวรถมีความยาวโดยรวม 4,465 มม. เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 15 มม. ความกว้าง 1,800 มม. เพิ่มขึ้น 20 มม. ความสูง 1,615 มม. ความสูงจากพื้นถึงตัวรถมากถึง 220 มม.เทียบเท่ากับรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสายลุยทั่วๆไป จึงสบายใจได้ในการลุยหลุมบ่อหรือช่วงน้ำท่วมขังเวลาฝนตกหนักๆในเมือง

รูปลักษณ์ทั้งด้านหน้าและท้ายรถ ออกแบบใหม่หมดมีความแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน รูปทรงไฟหน้าเรียวมีขนาดใหญ่คมมากขึ้น โคมไฟแต่งสีดำดุดัน ระบบส่องสว่างเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมหลอด LED เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น กระจังหน้ารูปทรงเหลี่ยมแบบเรขาคณิตสีดำมีลวดลายแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า และตกแต่งด้วยแถบสีดำบริเวณชายกันชน ด้านข้างตัวรถออกแบบโป่งล้อหน้าสีดำทอดยาวผ่านสเกิร์ตข้างสีดำไปจรดโป่งล้อหลังและมุมกันชนท้ายที่ล้อมกรอบไฟตัดหมอก ซึ่งดูกลมกลืนต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกันช่วยเพิ่มความดุดันให้ตัวรถ

ด้านท้ายรถ โดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปทรงทันสมัย เพิ่มลูกเล่นด้วยเหลี่ยมมุมอันแปลกตา พร้อมเพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 บริเวณเสาอากาศแบบครีบฉลาม และติดตั้งราวแรคหลังคาสี SILVER รวมทั้งล้อแม็กลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีทูโทนให้ความรู้สึกแข็งแกร่งสไตล์เอสยูวี

ภายในห้องโดยสารออกแบบสไตล์สปอร์ต ผสานความเอนกประสงค์ไว้อย่างครบครัน ห้องโดยสารใช้โทนสีดำเป็นหลัก พร้อมตกแต่งด้วยสีเงินบริเวณคอนโซล เกียร์ และพวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อมแพดเดิลชิฟท์ พวงมาลัยจับกระชับมือ บังคับลี้ยวได้คล่องตัวดี  เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตโอบกระชับหุ้มด้วยผ้าบริเวณฐานเบาะช่วยให้ไม่ลื่นเวลานั่งสลับกับหนังเพิ่มความหรูทำความสะอาดง่าย เบาะหลังสามารถพับเก็บในระนาบเดียวกับพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ช่วยเพิ่มความจุในการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังติดตั้งหน้าจอแสดงผลมัลติฟังก์ชันแบบใหม่ และหน้าจอแสดงผลร่วม แสดงข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้งานต่างๆ และระบบมัลติมีเดียจัดมาครบครันด้วยเครื่องเล่นดีวีดี เอมพี 3 เชื่อมต่อสะดวกด้วยพอร์ท USB AUX HDMI BLUETOOTH NFC พร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ DUAL-ZONE ให้ความเย็นสบายได้ตามต้องการทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ทางด้านระบบความปลอดภัยก็มั่นใจได้ไม่แพ้รถยนต์ที่ประกอบในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัย (SRS-AIRBAG) ทั้งหมด  7 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับเบาะหลังและที่นั่งกลาง รวมทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็น ทั้งกล้องมองภาพด้านหลัง ระบบกันขโมยอิมโมบิไลเซอร์ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

New SUBARU XV ยังโดดเด่นด้วยโครงสร้างใหม่ที่สามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้มากขึ้นถึง 40% ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงจากรุ่นเดิมอีก 5 มม. ตัวโครงสร้างมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 70-100% จึงทำให้ลดการโคลงของตัวรถยนต์เวลาขับขี่ถึง 50 % ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถึง 30% พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เช่น ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VEHICLE DYNAMICS CONTROL SYSTEM) และระบบตรวจจับการหมุนของรถยนต์ (ATV: ACTIVE TORQUE VECTORING) ใช้เซนเซอร์ตรวจสอบตำแหน่งพวงมาลัย เมื่อเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ระบบนี้จะสั่งการเบรกไปยังล้อหน้าที่อยู่ด้านในโค้งและกระจายแรงบิดหรือ TORQUE สำหรับล้อที่อยู่ด้านนอกโค้งโดยอัตโนมัติ ทำให้ควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้งได้ง่ายยิ่งขึ้น

New SUBARU XV ยังคงสมรรถนะความเร้าใจตามแบบฉบับของซูบารุด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (BOXER) บล็อคใหม่ล่าสุด FB20 สมดุลซ้าย/ขวาและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พัฒนาแก้ไขชิ้นส่วนต่างๆ ไปถึงเกือบ 80%  ของชิ้นส่วนทั้งหมดในเครื่องยนต์เพื่อลดน้ำหนัก  และจ่ายเชื้อเพลิงระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง  (ไดเรคอินเจคชัน) ขนาด 2.0 ลิตร กำลังอัดเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 12.5:1 (เดิม 10.5:1) กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้กำลังเต็มสมรรถนะด้วยระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ (AVCS: ACTIVE VALVE CONTROL SYSTEM) ทั้งไอดี  และไอเสีย พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำให้อัตราเร่งที่ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตราทดต่อเนื่อง CVT ใหม่ พัฒนาจากเดิม 6 สปีด มาเป็น 7 สปีด ออกแบบช่วงอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้นทำให้อัตราเร่งดีขึ้น และประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และปรับปรุงลดน้ำหนักส่วนเกินลง

การทดลองขับครั้งนี้ เน้นเดินทางแบบท่องเที่ยวไปกลับเพียง 1 วัน กรุงเทพฯ-นครนายก ระยะทางประมาณ 244 กิโลเมตร New XV 1 คันนั่ง 3 คน สลับกันขับและนั่งโดยสารตามความสมัครใจ เพราะทริปนี้ทางซูบารุอยากจะเน้นทดลองขับเชิงท่องเที่ยวสบายๆมากกว่าการเจาะลึกเรื่องสมรรถนะตัวรถ (เดี๋ยวคงต้องยืมทดลองขับแบบใช้งานจริงอีกครั้ง)  โดยแวะท่องเที่ยวเพลินๆตลอดเส้นทาง เริ่มจากการแวะสักการะศาลเจ้าพ่อขุนด่านเพื่อความเป็นศิริมงคล และร่วมกิจกรรมที่ท้าทาย ทดสอบความแม่นยำที่สนามยิงปืนโรงเรียนนายร้อย จปร. จากนั้นเดินทางต่อไปชมวิวงามๆที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ก่อนกลับกรุงเทพฯด้วยความอบอุ่นและ ประทับใจตลอดการเดินทาง

 

สมรรถนะการขับขี่เท่าที่ทดลองพอหอมปากหอมคอ จัดอยู่ในระดับเพียงพอต่อการใช้งานทั้งจังหวะออกตัวและเร่งแซง การเร่งความเร็วไม่ถึงกับดุดันแบบรถสปอร์ต แต่ก็ทันใจวัยเรา วางใจได้ ว่ามีกำลังไม่เป็นรองรถยนต์ในพิกัดเดียวกัน  ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตรตลอดเวลา (SYMMETRICAL AWD) กับการขับขี่เดินทางสบายๆ ไม่เร่งรีบ ความเร็วประมาณ 100 -120 กม./ชม.การยึดเกาะถนนไม่มีปัญหา ตัวรถค่อนข้างนิ่ง มั่นคง และขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังเสริมด้วยระบบ X-MODE เป็นตัวช่วยในการควบคุมเครื่องยนต์ ระบบส่งถ่ายกำลังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร เบรค และ อุปกรณ์อื่นๆ  ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพถนน

ส่วนเรื่องความประหยัดต้องบอกว่าซูบารุยุคนี้ไม่ธรรมดา ก่อนทดลองขับเคลมค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 7.0 ลิตร /100 กม.หรือ 14.2 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker ) เมื่อทดลองขับใช้งานจริงบนท้องถนน เราลองเซ็ทค่าเฉลี่ยจากแผงหน้าปัดในหลายๆช่วงการขับขี่ ตัวเลขออกมาใกล้เคียงกัน 7-8 ลิตร / 100 กม.หรือ 12-14 กม./ลิตร ความเร็วเดินทางส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคงที่ แปรผันตามสภาพเส้นทางประมาณ 100 -120 กม./ชม.!!!

สำหรับการทำตลาด ล่าสุดสดๆร้อนๆ บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 'ซูบารุ' อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษแบบคุ้มสุดคุ้มรับมอเตอร์โชว์ 2019 สำหรับแฟนคลับรถยนต์ SUBARU XV รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศหรือศึกษาข้อมูลที่ http://www.subaru.asia/th

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์, 08 มีนาคม 2562 23:54
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing